แบบฝึกพิมพ์ ที่ 1

            เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีข้อสรุปว่าจะทำหนังสือไปยังรัฐบาลเพื่อขอความชัดเจนเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกาใน 28 เขต 8 จังหวัดว่า จะเป็นเพียงการซื้อเวลา ขณะที่ฝ่ายกฎมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่า กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 325 และ 236 รวมทั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ฯ แต่ กกต.พยายามโยนภาระมาที่รัฐบาลซ้ำซาก ขณะที่รัฐบาลจะยืนยันให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยไม่ต้องออก พ.ร.ฎ.เพราะจะซ้อนกับ พ.ร.ฎ.เดิมและการเลือกตั้งจะโมฆะ ดังนั้นการที่ กกต.ต้องการให้รัฐบาลยืนยันนั้นน่าจะเป็นการปกปิดความผิดตัวเอง โยนภาระมาให้รัฐบาล ขณะที่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยมอบหมายผู้สมัครแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ทั่วประเทศใน สน.ท้องที่ตัวเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราไม่ได้จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับ กกต.แต่เพื่อรักษาสิทธิของผู้สมัครเท่านั้น

            นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.บริการกิจการเลือกตั้ง เตรียมเชิญหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล ลงพื้นที่ จ.สงขลาเพื่อสัมมนาหาทางออกการเลือกตั้งในวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งล่าสุดนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยปฏิเสธว่าไม่อยากไปเพราะจะเป็นการเผชิญหน้า สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ฐานเสียงของ กปปส.และพรรประชาธิปัตย์ว่า แปลกใจที่นายสมชัยระบุจะออกคำสั่งเรียกนายจารุพงศ์ลงพื้นที่ในฐานะ รมว.มหาดไทย ว่าเป็นการลุแก่อำนาจหรือไม่ แทนที่จะออกคำสั่งขอความร่วมมือจากผู้นำเหล่าทัพ กระทรวง ทบวง กรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้จัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย นี่คือเรื่องที่ควรทำแต่ไม่ทำ 

            ถามว่าถ้าเรียกนายจารุพงศ์ไปแล้วเกิดความขัดแย้ง ใครจะรับประกันว่าจะไม่มีผู้ชุมนุมไปขัดขวาง น่าจะมีนัยยะพิเศษหรือไม่ หลักคิดของนายสมชัยน่าจะสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ทั้งนี้ นายจารุพงศ์คงไม่ไปเพราะจะกลายเป็นการเผชิญหน้า หาก กกต.มีความจริงใจจัดใน กทม.ก็ได้

 

--------------------------------------------------------------------------------------- // ------------------------------------------------------------------------------------------